เสริมหน้าอก (Breast Augmentation)

เลือกอ่านเนื้อหา

ในปัจจุบันการศัลยกรรมหน้าอกไม่ว่าจะเป็น การเสริมหน้าอก, การแก้ไขหน้าอก, การยกกระชับหน้าอก หรือการลดขนาดหน้าอก นับเป็นการศัลยกรรมที่สาวๆ ยุคใหม่ให้ความสนใจและยอมรับเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเสริมบุคลิกภาพให้มีขนาดและสัดส่วนที่ทำให้ตนเองเกิดความมั่นใจ โดยเทคนิคการผ่าตัด รวมถึงวัสดุเต้านมเทียมที่ใช้ ก็มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นไปตามกาลเวลา ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้สนใจเข้ารับการผ่าตัดก็ควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจ

เสริมหน้าอก-หมอเติ๊ด001

10 เหตุผลทำไมต้องเสริมหน้าอกกับ "หมอเติ๊ด"

การทำศัลยกรรมทั้งที ทุกคนต่างย่อมต้องอยากได้ผลลัพธ์ให้ออกมาดีที่สุด ถ้าจะลองลิสท์เหตุผลเพื่อประกอบการตัดสินใจว่า “ทำไมต้องเสริมหน้าอกกับหมอเติ๊ด” ก็จะขอสรุปง่ายๆ เป็น 10 เหตุผลประมาณนี้

รูปแบบการเสริมหน้าอก

ปัจจุบันมี 2 แบบ สามารถทำแบบใดแบบหนึ่งหรือทำร่วมกันทั้งสองอย่างในครั้งเดียว (Hybrid Technique) ก็ได้ ประกอบด้วย

  1. การเสริมหน้าอกด้วยเต้านมเทียม (Breast Implant Augmentation)
  2. การเสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเอง (Fat Transfer Augmentation) เป็นวิธีที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะใช้เซลล์ไขมันตัวเองนำมาผ่านอุปกรณ์พิเศษเพื่อปั่นแยกให้มีอนุภาคเล็กจากนั้นจึงทำการฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายเพื่อเติมเต็มเฉพาะส่วนที่ต้องการ มีข้อดีคือลดโอกาสการเกิดการต่อต้านจากภูมิคุ้มกันอัตโนมัติของร่างกายเนื่องจากเป็นเซลล์ที่ร่างกายของเรารู้จักดีอยู่แล้วและมีความเป็นธรรมชาติสูง แต่มีข้อจำกัดหลายเรื่อง ได้แก่ จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมคือการดูดไขมัน และการอยู่ตัวของไขมันที่ฉีดอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ชนิดของซิลิโคนเสริมหน้าอก

การแบ่งชนิดของซิลิโคนแบ่งได้หลายแบบ ได้แก่

  • แบ่งตามสิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน เช่น แบบบรรจุน้ำเกลือ และแบบบรรจุซิลิโคนเจล (ซึ่งในปัจจุบันเกือบทั้งหมดจะใช้แบบบรรจุซิลิโคนเจล)
  • แบ่งตามผิวภายนอกซิลิโคน มี 2 ชนิด ได้แก่
    1. ผิวภายนอกซิลิโคนชนิดผิวเรียบ(Smooth Surfaced)
    2. ผิวภายนอกซิลิโคนชนิดผิวหยาบหรือผิวทราย(Textured Surfaced)
  • แบ่งตามรูปทรงของซิลิโคน ได้แก่
    1. ทรงกลม (Round): จะกลมเท่ากันทั้งลูก เหมือนลูกบอลที่กลิ้งไปมาได้ ไม่มีปัญหาในการดูแลระยะยาว
    2. ทรงหยดน้ำ (Teardrop): ออกแบบมาเพื่อให้เหมือนหน้าอกจริง ด้านบนจะแบน ด้านล่างจะคล้อยลงมา แต่ปัญหาคือผ่าตัดและดูแลยากกว่าทรงกลม ต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงเนื่องจากมีโอกาสที่ซิลิโคนจะหมุนกลับด้าน และเมื่อมีปัญหาต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดซ้ำ หรือต้องนวดบ่อยๆ เพื่อช่วยให้ซิลิโคนเข้าที่

ซึ่งซิลิโคนแต่ละชนิดจะมีทั้งขนาดและความนูนในระดับต่างๆ ให้เลือกตามความเหมาะสมตามลักษณะทางกายภาพเดิมของผู้รับการผ่าตัด

วิธีเลือกขนาดซิลิโคนให้เหมาะสมกับขนาดตัว

บางคนอาจมีความคิดว่าถ้าจะเจ็บตัวทั้งทีควรทำให้ใหญ่ไปเลย แต่ในความจริงแล้วการเลือกขนาดของซิลิโคนควรคำนึงถึงสรีระของเราด้วย เนื่องจากขนาดที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดผลเสียตามมา ได้แก่

  1. หน้าอกที่ใหญ่เกินไป จะทำให้รู้สึกแน่น หายใจไม่ออก และปวดหลัง
  2. เกิดปัญหาหัวนมชา เนื่องจากซิลิโคนขนาดใหญ่ไปเบียดหัวนมและเส้นประสาท
  3. ยิ่งขนาดใหญ่มากโอกาสที่นมจะแข็งเพราะพังผืดรัดตัวก็ยิ่งสูงขึ้น

โดยการเลือกขนาดซิลิโคนที่เหมาะสมศัลยแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่

  1. ขนาดความสูงและความกว้างของลำตัว
  2. การวัดขนาดรอบอก วัดเส้นผ่านศูนย์กลางหน้าอก วัดความสูงหน้าอก วัดระยะจากหัวนมถึงฐานนม
  3. ลักษณะของเนื้อหน้าอกเดิม เช่น ความหย่อนคล้อย ความหนาของผิวหนัง และไขมันบริเวณหน้าอก

วิธีการนวดหลังเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่เป็นอีกศัลยกรรมที่ฮอตฮิตทั้งในหมู่สาวแท้สาวเทียมมานาน แท้ที่จริงแล้ว การจะมีหน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติ รูปทรงสวยเข้าที่ นุ่มนิ่ม เต่งตึง เด้งราวกับเป็นเต้านมแท้ที่คุณแม่ให้มา น่ามองและน่าสัมผัส มิใช่แค่ผ่าตัดเสร็จก็จบเรื่องหรอกนะ แต่จะอยู่ที่อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญก็คือ การ “นวด”  ที่ต้องนวดอย่างถูกวิธี นวดอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ

คำถาม: แล้วต้อง นวดหน้าอก นานขนาดไหน และบ่อยขนาดไหน เรามาทำความเข้าใจกันก่อน

การนวดหน้าอกที่ถูกวิธี

วิธีการนวดหลังเสริมหน้าอก
  1. ใช้มือดันซิลิโคน จากด้านนอกเข้าด้านใน เซ็ทละ10-15 ครั้ง, เช้า-เย็น

  2. ใช้นิ้วบีบขอบบนซิลิโคน ให้รู้สึกได้ว่าชิ้นซิลิโคนมีการเคลื่อนที่

  3. นวดอกวนรอบๆ เต้านม จะนวดคลึงแบบ ตามเข็มนาฬิกา หรือ ทวนเข็มนาฬิกาก็ได้ ส่วนนี้ ถ้านวดได้ดี จะทำให้เนื้อนมนิ่มไว ไม่แข็งตึง

  4. ใส่ซัพพอร์ตบรา และแถบรัดหน้าอก อย่างต่ำ 3 เดือน

**ตำแหน่งของแถบรัดหน้าอก ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเพื่อแนะนำให้ตามความเหมาะสมของแต่ละเคส

การนวดหน้าอกเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

นวดหน้าอก หลังเสริมอก เพื่อทำให้ ซิลิโคนหน้าอก อยู่ในโพรงและตำแหน่งที่เหมาะสม

  • เพราะหลังจากที่มีการเสริมหน้าอกไปแล้ว กลไกทางธรรมชาติของร่างกายจะสร้างพังผืดขึ้นมาจับรอบๆ ซิลิโคน พอผ่านไปนานๆ พังผืดก็จะรัดตัว ส่งผลให้เต้านมแข็ง เป็นก้อน เป็นบล็อค ดูไม่สวยงาม ไม่เป็นธรรมชาติ หากเป็นมากก็จะมีอาการปวดหรืออักเสบได้

“การนวดนม…ไม่ใช่เป็นการรักษาพังผืด แต่หากเป็นการป้องกัน ชะลอการเกิดหรือทำให้เกิดพังผืดช้าที่สุด”

  • หลังผ่าตัด ยังไม่ต้องนวดใดๆ จนกว่าจะครบ 2 สัปดาห์ และ ต้องหายเจ็บปวดแล้วเท่านั้น
  • ในการนวดไม่จำเป็นต้องนวดที่ร้าน สามารถนวดเองได้ในขณะที่อาบน้ำเช้าและเย็น โดย นวดเท่าที่ไหว ไม่ต้องกดนวดรุนแรง หรือลงน้ำหนักมือมากเกินไป เดี๋ยวจะเจ็บแผล และช่วงนั้น หน้าอกยังไม่เข้าที่ค่ะ จะระบมได้
  • หลังจากหน้าอกเริ่มเข้าที่ ให้นวดตามวิธีที่แนะนำดังนี้ (ดูภาพประกอบด้านล่าง)

นอกจากนี้ ยังสามารถปิด แผ่นกันรอยแผลเป็น (silicone sheath) ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นนูน แนะนำให้ปิดไปอย่างน้อย 3 – 6 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน เพราะ อัตราการเกิดแผลเป็นของแต่ละคนไม่เท่ากัน หรือจะใช้เป็น ยาลดรอยแผลเป็นก็ได้

📌โดยทั่วๆ ไปแล้ว จะเน้นให้นวดหน้าอก บ่อยๆ ในช่วงเวลา 3 เดือนแรกหลังผ่าตัด และหลังจาก 6 เดือนไปแล้วก็ยังคงสามารถนวดได้ และนวดต่อไปได้จนถึง 2 – 3 ปีหลังเสริมหน้าอก แนะนำให้ทำเป็นกิจวัตรจนเป็นนิสัยจะดีมาก

📌การนวดหน้าอกนวดเองได้จากที่บ้านนะคะ ไม่จำเป็นต้องไปนวดร้าน  ควรใช้น้ำหนักมือในการนวด แบบพอดี ไม่ต้องหนักเกินไป หน้าอกของเรา เรานวดเองได้ หรือจะให้คุณแฟนช่วยนวดได้ก็ได้ค่ะ

วิธีใส่ซัพพอร์ทบราหลังการเสริมหน้าอกที่ถูกต้อง

วิธีการใส่ซัพพอร์ทบราหลังการผ่าตัดเสริมเสริมหน้าอก ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่หลายๆ คนมักจะมองข้าม แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้มีผลต่อรูปทรงของหน้าอกหลังการศัลยกรรมเป็นอย่างมากว่าจะมีรูปทรงเป็นไปตามเทคนิควิธีการของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดให้รึป่าว

การใส่ซัพพอร์ทบราหลังการเสริมหน้าอก มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมตำแหน่งซิลิโคนให้คงที่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ เนื่องจากการผ่าตัดแรกๆ แผลด้านในโพรงช่องอกยังไม่สมาน ร่างกายยังไม่เกิดการสร้างพังผืดบางๆ (เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายที่ต้องและควรเกิดขึ้นสำหรับผู้ใส่ซิลิโคนเต้านมเทียมทุกคนเพียงแต่ในเกณฑ์ปกติควรเกิดพังผืดบางๆ ระดับ1-2 เท่านั้น) มาช่วยยึดเกาะซิลิโคนไม่ให้เคลื่อนที่ไปตำแหน่งอื่น

ผู้รับการเสริมหน้าอกทุกคน ควรใส่ซัพพอร์ทบราตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วง 3 เดือนแรก ของการผ่าตัด และในส่วนตำแหน่งของสายรัดหน้าอก ว่าจะต้อง คาดบน หรือ คาดล่าง ควรให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเป็นผู้แนะนำ เพื่อพิจารณาให้ตามความเหมาะสม ของแต่ละเคส และแต่ละช่วงระยะเวลา เนื่องจากแต่ละคนมีปัจจัยทางด้านกายภาพที่แตกต่างกัน จึงอาจมีความจำเป็นในการต้องได้รับการดูแลหลังผ่าตัดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยในบางรายละเอียด

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  • รับประทานยาฆ่าเชื้อติดต่อกันทุกวันทุกมื้อจนหมด

  • ห้ามใช้มือพยุงตัวเองในการลุกจากเตียง ห้ามถือของหนัก(รวมถึงกระเป๋าถือ) ห้ามกางแขน  ควรแนบแขนไว้กับตัวตลอด 2 สัปดาห์

  • ห้ามโดนน้ำ 7 วัน

  • ห้ามแกะผ้าพันที่แพทย์พันให้ออกโดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ จนกว่าจะมาพบแพทย์ ตามวันและเวลาที่นัด!!

  • หลังผ่าตัด ยังไม่ต้องนวดใดๆ จนกว่าจะครบ 2 สัปดาห์ และ ต้องหายเจ็บปวดแล้วเท่านั้น ในการนวดไม่ต้องนวดที่ร้าน สามารถนวดเองได้ในขณะที่อาบน้ำเช้าและเย็น โดยการดันซิลิโคนเข้าหากัน ประมาณ 10-15 ครั้ง

  • ในวันนัดติดตามอาการหลังผ่าตัด ให้คนไข้เตรียมซัพพอร์ตบราที่จะเปลี่ยนกลับมาด้วย

  • ต้องใส่ซัพพอร์ตบราหลังผ่าตัดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 เดือน

(ข้อควรระวัง : การใส่ซัพพอร์ตบราผิดวิธี อาจมีผลทำให้เกิดปัญหาซิลิโคนลอยได้)

รีวิวเสริมหน้าอกที่ The Class Clinic

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองคิวแพทย์
คลิกเลย ยินดีให้บริการ